| natnicha's profile*¤ Natsumé ¤*BlogListsNetwork | Help |
|
October 29 เปิดเทอม....เปิดเทอมแล้วไม่มีเวลามาเล่นเน็ตเรยอ่ะ
...เวลาอัพสเปซยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่...
ชมรมตำนานลึกลับเลยต้องยุติเพียงเท่านี้....-_-;
เทอมนี้รู้สึกว่าเนื้อหามันหนักกว่าเดิมซะอีก เรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง...
เมื่อวานไปร้านตัดผมมา แม่ชวนอ่ะนะ...
แล้วก็เลยกะว่าจะตัดออกซักนิดส์...
แล้วไหงคุณเจ้าของร้านตัดหายวืดไปเรยอ่ะ...T_T
หายไป5-6เซนได้..ให้ตายเถอะ ทำใจมิได้อ่ะ TT_TT
ส่องกระจกทีก็อยากกรี๊ดที
(...แต่เพราะกรี๊ดไม่เป็นก็เลยได้แต่คิดอ่ะ... -_-;)
แบบนี้คงต้องงดตัดผมซัก5เดือนซะแล้ว....
ก็คงจะปิดเทอมพอดีอ่ะนะ
นอกจากจะตัดผมแล้วก็มีเรื่องใจหายอื่นๆอีก...
เมื่อวานไปดูตุ้มหูกะน้องมา แล้วน้องมันกะบอกให้เจาะหู...
แล้วแม่ก็เออออด้วย แล้วก็ให้ที่ร้านเจาะซะ...
ให้ตายเถอะ คือคนทั่วๆไปเขาก็รู้อยู่แล้วนะ
เวลาเจาะหูร้านส่วนใหญ่ก็จะเอาตุ้มหูทิ่มไปดุ้นๆเลยน่ะ...
แต่บางร้านก็จะมีเครื่อง...
แต่รู้สึกว่าพ่อกะแม่ชั้นจะไม่รู้น่ะสิ
พอโดนเจาะมันก็มีเสียงดัง "ปุ"
แล้วก็เจ็บแปล๊บ....T_T
เราก็รักษาภาพพจน์โดยการทำหน้าเฉย เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
(ทั้งที่จริงๆอยากอาละวาดเต็มทน...)
พ่อกะแม่ก็มีการทำหน้าตกใจ แล้วถามว่าเจ็บมั้ยอีก...
ก็เจ็บสิ(โว้ย) มีการบอกว่าถ้าแม่รู้ว่าเจาะแบบนี้แม่ไม่ทำหรอก...
(จะบ้ารึใครจะไม่รู้มั่งล่ะ......-_-)
เชอะ..ไม่สบอารมณ์ที่สุดเลย....
เรื่องแย่อีกอย่าง...จะว่าแย่ดีมั้ยนะ..
ก็คือ SE7EN อัลบั้ม 4 เลื่อนออกเป็นวันที่ 1 พ.ย.แทน..
ตอนนี้เลยเอา Intro มาให้ดูไปก่อน
>>>> SE7EN - SE7OLUTION Intro <<<<
เมือวานเห็นรูป death note boxset ของญี่ปุ่นแล้ว สวยดี
ยังสงสัยอยู่ว่าเล่ม 13 จะเป็นไง
สงสัยจะเป็น How To Read ล่ะมั้ง?
ถ้าออก boxsetแล้วจะทำไงเนี่ย
จริงๆก็รู้อยู่แล้วตั้งแต่วันที่มันออกเล่มแรกว่าพอครบจะต้องมีboxset ตามมา
ดูอย่าง Hikaru no Go เป็นตัวอย่างก็ได้
แต่ก็ยังซื้อเป็นเล่มอยู่ดี...
ช่วยไม่ได้ พอออก boxsetก็ซื้ออีกก็ได้...
เราทุ่มทุนอยู่แล้น...
(ใช้เงินสิ้นเปลืองเนาะ...)
![]() ![]() วันก่อนก็ไปซื้อ FMA VCD boxset มาแบบครบชุดเลย
แบบว่าเป็นวันสุดท้ายก่อนเปิดเทอมง่ะ ซื้อมาก็ไม่ได้ดู ไว้ตั้งโชว์เฉยๆ
เพราะดูอันที่ยืมเจ้มา ยืมมาเป็นชาติแล้วแหละ
ปีนึงแล้วมั้ง? ป่านนี้มันคงลืมไปแล้วล่ะ
(ถ้าจำได้มันคงเชือดชั้นที้งไปแล้ว...-_-;)
แถมท้ายด้วยชื่อจริงของ L ...ถามจริงมันอ่านว่าไรอ่ะ...
น้องชั้นบอกว่า ลอริเอะ....ไอ้บร้าเอ้ย... -_-;
![]() October 20 -:ชมรมตำนานลึกลับ:-โฮ่...อาทิตย์หน้าก็จะเปิดเทอมแล้วสิเนี่ย..
จะดีใจหรือเสียใจดี....
ก็ตารางเรียนเล่นอัดซะแน่น คาบSDLหายหมด T_T
แต่แลกกับไม่ต้องเรียนกลางคืนอ่ะนะ...
เกรดก็ออกแล้ว เห็นเพื่อนๆแห่ไปดูกันที่ฝ่ายวิชาการกันเต็มเลย
แต่จะประกาศอย่างเป็นทางการก็วันที่ 24...เปิดเทอมพอดี -_-;
วันนี้ก็มีเรื่องสยองขวัญมาฝาก เปลี่ยนสถานที่จากญี่ปุ่นไปอักฤษแทน....
(คนละทิศเลยแฮะ...)
เรื่องนี้ค่อนข้างยาวอ่ะนะ แต่ว่าชั้นจะอัพซะอย่าง....
คงเคยได้ยินชื่อ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ (Jack The Ripper) ใช่ป่ะ...
ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องของอังกฤษน่ะ..
นั่นแหละที่เราจะนำเสนอในวันนี้ ^^; (ยิ้ม)
-------------------------------------------------------------------------------------
Chapter III : Jack The Ripper
![]() แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ (Jack The Ripper) เป็นชื่อของชายคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อังกฤษ ที่ชาวอังกฤษและชาวโลกรู้จักกันดี
ทำไมน่ะหรือ?
ชายคนนี้เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีสะเทือนขวัญมานับครั้งไม่ถ้วนกับหญิงโสเภณีในย่านสลัมของย่านลอนดอน ซึ่งผ่านมากว่าร้อยปีแล้ว
และมีหนังสือที่เกี่ยวกับแจ๊คออกมามากมาย
ไม่เท่านั้น เพลง , เรื่องเล่า , ละครโอเปร่า และภาพยนตร์ก็ยังเคยนำเรื่องราวของชายผู้นี้ไปสร้างกันหลายต่อหลายครั้ง
นับว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นอาชญากรชื่อดังแห่งยุคหรือศตวรรษนั่นเลยทีเดียว
เป็นสัญลักษณ์ของความน่ากลัวต่อชาวอังกฤษ จนถึงทุกวันนี้เมื่อนึกถึงชื่อนี้ขึ้นมา (the man should not be named รู้สึกคุ้นๆ มะ...) ทำไมชื่อของ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ยังคงเป็นที่จดจำกันได้จนถึงทุกวันนี้ ? คำตอบที่น่าจะกล่าวได้คือ ชายผู้นี้ยังไม่เคยโดนจับได้เลยตั้งแต่เขาก่อคดีสะเทือนขวัญผู้คนในลอนดอนมา
ทั้งยังการฆ่าที่โหดเหี้ยมและน่าสยดสยอง ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเหยื่อโดยการผ่าท้อง และลากเอาไส้มาขวัญไว้ที่เสาไฟฟ้า การแขวนศพเหยื่อไว้บนกำแพง ฯลฯ (น่ากลัวไป เอาแค่นี้พอ...) และที่สำคัญไม่มีข่าวรายงานเลยว่ามีคนที่เคยเห็นหน้าแจ๊คด้วยซ้ำไป
กระทั่งผู้ที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้ๆ แม้แต่ตอนที่แจ๊คลงมือยังแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรที่ผิดปกติเลย โดยเหยื่อนั้นเสียชีวิตจากการถูกของมีคมแทงหรือไม่ก็ชำแหละ คมมากจนถึงขนาดตัดกระดูกออกมาได้ บ้างก็กล่าวว่าแจ๊คนั้นเป็นหมอผ่าตัดบ้าง คนชำแหละเนื้อบ้าง และอกหักจากหญิงคนรักที่เป็นโสเภณี หรือเพียงผู้หญิงธรรมดา
บ้างก็ว่าลูกชายของแจ๊คนั้นโดยโสเภณีหลอกจนกระทั่งต้องฆ่าตัวตาย เลยเป็นเหตุให้เขาก่อคดีเหล่านี้ คดีฆาตกรรมที่แก้ไม่ได้ของแจ๊คเดอะ ริปเปอร์ ทำเอาตำรวจทั้งลอนดอนปวดหัวเป็นการใหญ่ และพยายามสืบหาว่าเขาเป็นใครและทำการฆาตกรรมต่อหญิงโสเภณีไปเพื่ออะไร จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีการตั้งสมมติฐานและสืบจากหลักฐานที่บันทึกไว้อยู่ แต่ก็ยังไม่ได้เรื่องราวคืบหน้าอะไร ตำนานเรื่องราวที่น่ากลัวนั้นเริ่มจากคืนหนึ่งในกรุงลอนดอน
อากาศหนาวและหมอกลงหนาจัด จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งเดินแหวกสายหมอกออกมา พร้อมกับหญิงโสเภณีคนหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นจะไม่มีโอกาสได้เห็นพรุ่งนี้อีกแล้วเมื่อมาอยู่ในอุ้งมือมัจจุราชของชายที่มาด้วยกัน
เมื่อถึงที่ลับตาคน แจ๊คก็เริ่มฆ่าเหยื่ออย่างรวดเร็วและเงียบกริบ และจากไปโดยไม่มีใครล่วงรู้ อย่างหนึ่งที่ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่าเหตุผลที่แจ๊คลงมือนั้น แทบจะหาประเด็นมาอธิบายไม่ได้
ชายผู้นี้ลงมือด้วยความพอใจหรือ ?หรือลงมือด้วยความแค้นต่อ "ใคร" หรือ "อะไร" สักอย่าง
มาจนกระทั่งถึงเหยื่อรายสุดท้าย จากนั้น แจ๊คเดอะ ริปเปอร์ก็ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์คดีฆาตกรรม
โดยไม่เหลือร่องรอยอะไรทิ้งไว้ นอกจากตำนานการฆาตกรรมสยองขวัญ ที่ยังคงเป็นที่จดจำของชาวอังกฤษมาจนกระทั่งทุกวันนี้
ต่อมาก็เป็นรายละเอียดของเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น...
คดีแรก :The First Lady
รายละเอียดของการฆาตกรรมครั้งแรกของชายที่ชื่อของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ กำเนิดขึ้นมา ในปี ค.ศ.1888
มันเริ่มมาจากขณะที่ชารล์ส ครอส (Charles Cross) กำลังเดินผ่านบริเวณคอกแพะตอนตี 4 ของวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ.1888 ตอนนั้นยังไม่สว่างเท่าไหร่นัก และอากาศยังชื้นอยู่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นปกติของกรุงลอนดอน ตอนที่ชารล์สกำลังจะเดินเข้าบ้านนั้น ก็ได้เห็นบางสิ่งนอนอยู่บนพื้นดินบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งดูคล้ายกับผ้าใบหรืออะไรสักอย่าง จึงได้เดินเข้าไปดู
จึงได้เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ และเห็นชายอีกคนกำลังเดินมาทางนี้
ชารล์สจึงเรียกชายคนนั้นเพื่อที่จะให้มาช่วยกันเพราะนึกว่าผู้หญิงที่นอนอยู่กำลังเมาหรืออาจจะโดนทำร้าย ทั้งสองจึงพยายามที่จะช่วยเธอในบริเวณนั้นที่ยังมืดอยู่ แต่พอทั้งคู่เห็นว่าผู้หญิงคนนี้มีบาดแผลที่บริเวณลำคอที่เกือบทำให้ศีรษะขาด จึงตกใจมากและรีบไปแจ้งตำรวจ
และไม่กี่นาทีต่อมาก็พาตำรวจมายังบริเวณที่เกิดเหตุ
นายตำรวจ จอห์น นีล (John Neil) ก็ได้เห็นถึงสภาพอันน่ากลัวของเธอ มีรอยเลือดไหลออกมาจากลำคอที่เกือบขาดและหู ดวงตาของเธอเบิกกว้าง มือและเท้าเริ่มเย็น เมื่อเห็นว่าไม่ได้การแน่แล้ว นีล จึงเรียกตำรวจและหมอกับรถพยาบาลมายังที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงเดินไปยังบ้านละแวกใกล้เคียงเพื่อสอบถามถึงสิ่งหรือเสียงที่ผิดปกติหรือน่าสงสัย แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร ![]() ต่อมา Dr.Rees Llewellyn ก็มาถึงและลงมือชันสูตร
และชี้ถึงสาเหตุการตายว่าคือบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอจนทำให้เธอถึงแก่ความตาย แต่ทว่ายังมีบางส่วนต่างของร่างกายของเธอยังอุ่นอยู่ และตายไม่เกินกว่า 1 - 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา หรืออาจจะแค่ไม่กี่นาทีหลังจากที่นายชารล์สเดินมาพบเธอก็ได้ ซึ่งตรงนั้นน่าจะเป็นบริเวณที่เธอถูกฆาตกรรม ซึ่งมีเลือดเปรอะพื้นอยู่
และเสื้อผ้าของเธอก็ชุ่มไปด้วยเลือด บนคอของเธอมีรอยกรีดด้วยของมีคมถึง 2 ครั้งด้วยกัน เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและเยื่อบุช่องท้องได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงมีการนำศพไปยังถนน Old Montague เพื่อเพิ่มรายละเอียดของการชันสูตรต่อ
จากผลการชันสูตรได้พบรอยถลอกบนขากรรไกรเหลืออยู่บาดแผลที่ช่องท้องที่แสดงรอยมีดที่ขรุขระและลึก
ซึ่งคาดว่าผู้ที่ลงมือน่าจะถนัดซ้ายเพราะจากบาดแผลเหล่านี้และความยาวใบมีด
ต่อมาบรรดาแพทย์ก็ไม่แน่ใจที่ว่าฆาตกรถนัดซ้าย จริงหรือ และข้อถกเถียงต่อมาก็คือว่า ทำไมว่าบาดแผลที่ทำให้เธอเสียชีวิตคือที่ลำคอของเธอ
แต่ทำไมถึงไม่มีรอยเลือดอยู่บริเวณลำคอเลยแต่กลับไปอยู่บนเสื้อผ้ามากกว่า...
Mean Streets
"ถนน Mean Street นี้อยู่ใน East End คงไม่ต้องกล่าวว่ามันคืออะไรและอยู่ที่ไหน
เราต่างรู้จักกันดี อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นสถานที่สยองขวัญ
เป็นเมืองสลัมที่อยู่อาศัยแสนสกปรก
และทั้งชายหญิงที่ไม่เคยรู้จักกับเสื้อผ้าที่สะอาดเลยแม้แต่น้อย
และผู้คนที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะหวีผมกันเลย" Arthur Morrison, "Tales of Mean Streets "
เหตุการณ์สยองขวัญครั้งต่อมาเกิดขึ้นที่ East End ที่กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นสลัม และเต็มไปด้วยคนจร ซึ่งถนนนี้ถือว่าเป็นจุดอับที่สุดของเมืองก็ว่าได้
ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ก็จะเช่าห้องกันอยู่ และที่เมืองนี้ไม่ได้เป็นจุดเด่นเลยทั้งทางด้านการค้าหรือสังคมซักเท่าไหร่ ผู้คนในเมืองนี้ส่วนใหญ่จะทำงานที่ค่อนข้างแย่หรืองานที่มีค่าแรงต่ำ หรือก็ไม่ได้ทำงาน แต่เต็มไปด้วยโจรและขโมย ผู้คนในเมืองนี้ต่างก็ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ สภาพเมืองเรียกได้ว่าย่ำแย่เอาเลยทีเดียว
เด็กในเมืองกว่าครึ่งที่เกิดมานั้นมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงห้าขวบก็ต้องมาเสียชีวิต ส่วนเด็กพวกที่เหลือรอดมาได้ก็มักจะพิการหรือไม่ก็มีอาการไม่ค่อยปกติทางสมอง อาชีพโสเภณีคือวิธีเดียวที่เชื่อถือได้แน่ว่าจะสามารถเอาตัวรอดได้สำหรับผู้หญิงในเมืองเช่นนี้ บ้างก็เป็นแม่ม่ายหรือไม่ก็หญิงสาวตัวคนเดียวที่มาทำอาชีพนี้ ตำรวจยังเคยได้ประมาณเอาไว้ว่าถ้ามีประชาชนอยู่ 1888 คน จะต้องมีหญิงโสเภณีซะ 1200 คน ใน White Chapel
(เป็นถนน Main ของถนน Mean Street อันเป็นที่ซึ่งเกิดการฆาตกรรมขึ้น) อันนี้ไม่รวมกับผู้ที่มาทำงานอย่างนี้เป็นครั้งคราว บ้านราวกว่า 200 หลังคาเรือนเป็นที่อยู่ของคน 9,000 คน ห้องนอนเป็นลักษณะแถวยาวสำหรับแถวของเตียงที่เรียงต่อกันไป และมักจะเต็มไปด้วยแมลงที่มารบกวน แต่ที่นี่ไม่ใช่ให้นอนฟรีๆ นะ เค้าคิดเงินในแต่ละคืนด้วย
ถ้าผู้หญิงคนไหนไม่มีเงินพอสำหรับจ่ายในแต่ละวันแล้วละก็ เธอก็จะต้องออกไปหางานทำ
หรือว่าหาใครสักคนที่จะช่วยเธอได้โดยทำงานเข้าแลก ไม่งั้นก็จะต้องนอนบนถนนไปในคืนนั้น
Dark Annie ![]() เหล่าผู้คนใน White Chapel นั้นเชื่อเหลือเกินว่าการตายของ
Martha Tabram, Emma Smith และ Polly Nichols นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกัน
และยังคอยให้ตำรวจนำความยุติธรรมมาโดยเร็ว ทางตำรวจได้ตั้งประเด็นการฆาตกรรมหญิงสาวเอาไว้ 3 ประเด็นด้วยกันคือ
1. แก๊งขโมยของ ดังที่ Emma Smith เคยโดนปล้นและทำร้ายจากชายคนหนึ่งมาแล้ว
2. แก๊งขูดรีดเงินจากโสเภณี
3. คนวิกลจริตหรือคนบ้า
แต่จากการที่ตำรวจนั้นพิจารณาจากการตายและสภาพศพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้ง 3 แล้ว
ต่างก็ลงความเห็นว่า ประเด็นที่ 1 กับ 2 นั้นไม่น่าเป็นไปได้ จึงมุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ 3 หนังสือพิมพ์ "The East London Observer" ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการถูกฆาตกรรมของ Tabram และ Nichols ว่า หญิงสาวทั้งคู่นั้นยากจนมากและแรงจูงใจการฆ่าที่มาจากรูปร่างของหญิงสาวก็ไม่น่ามี
ทั้งจากการฆาตกรรมที่วิปริตและรุนแรงนั้นด้วย จึงคิดกันว่าไม่น่าจะใช่การฆาตกรรมแบบธรรมดาทั่วไปแน่ และยังได้มีการตั้งรางวัลนำจับฆาตกรหรือว่าเบาะแสอีกด้วย แต่ ณ วันนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้านำสมัยและความก้านหน้าทางด้านจิตวิทยา
คดีการฆาตกรรมต่อเนื่องและฆาตกรต่อเนื่องได้มีการคลี่คลายลงได้สะดวกขึ้นมาก และเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับตำรวจ และได้นำเทคนิคเหล่านั้นมาประยุกต์เข้ากับการสืบหารูปคดี หรือว่าหลักฐานจากการฆาตกรรม แต่เนื่องจากด้วยสมัยก่อนที่เทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้าของตำรวจ ไม่มีทั้งเครื่องมือที่เหมือนดังสมัยนี้ในการวิเคราะห์และใช้สืบหาร่องรอย ทั้งขาดห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
ทำให้การพิสูจน์รอยนิ้วมือ รอยพิมพ์เลือด เป็นไปได้ยากเรียกว่าแทบจะไม่มีการนำมาใช้เลยในสมัยนั้น
ทำให้ฆาตกรที่ยังไม่ถูกจับก็ยังมีอยู่ จนกระทั่งได้เริ่มนำมาใช้กันในปี 1930 นั่นเอง มาว่ากันต่อถึงรูปคดี ขณะที่ทางตำรวจนั้นสืบหาฆาตกรที่ฆ่า Polly Nichols นั้น
ก็ได้ยินเรื่องของชายลักษณะแปลกคนหนึ่งที่เรียกกันว่า "Leather Apron" ซึ่งเป็นชายที่คอยรีดไถโสเภณีหรือถ้าคนไหนไม่จ่ายก็จะโดนซ้อมหรือว่าทุบตี บ้างก็ว่าชายผู้นี้เป็นชาวยิวอพยพเข้ามา
จากคำบอกเล่าของผู้หญิงที่เคยพบชายผู้นี้ ซึ่งเล่าด้วยอาการหวาดกลัว ลักษณะที่บรรยายถึงชายคนนี้คือ
เขาสูงประมาณ 5 ฟุต 5 นิ้วหรือน้อยกว่านั้นเล็กน้อยและสวมหมวกสีดำ คอหนา ผมสั้นดำ
อายุราว 38-40 ปี ไว้หนวดสวมเสื้อหนังฟอก ริมฝีปากเล็กและแคบ
หลังจากข่าวนี้ได้ถูกแพร่หลายไปทั่ว จนทำให้ชายผู้นี้เกิดความกลัวและได้หนีไปหลบซ่อนตัวในที่สุด
ชายคนนี้จะใช่ฆาตกรที่ฆ่า Pollt Nichols หรือไม่ จนบัดนี้ความจริงก็ยังไม่กระจ่าง ![]() ส่วนคดีของ Annie Chapman หรือที่เพื่อนเรียกเธอว่า "Dark Annie"
เธอไม่มีบ้านของตัวเอง แต่จะอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าที่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ในแต่ละคืน หรือไม่เธอก็จะตระเวณไปตามถนนในแต่ละคืนมองหาลูกค้าเพื่อให้มีรายได้พอสำหรับอาหารและที่พัก เธอเสียชีวิตตอนอายุได้ 47 ปี เป็นโสเภณีที่ไร้บ้าน แต่เคยมีชีวิตที่แตกต่างไปจากนี้โดยสิ้นเชิงในปี 1869
เมื่อตอนที่เธอแต่งงานกับ John Chapman และมีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ทว่าน่าเศร้าที่ลูกของเธอนั้นได้เสียชีวิตไปคนหนึ่งและที่เหลือก็พิการ ทำให้เธอเครียดจัดและเริ่มป่วย จนในที่สุดเริ่มดื่มเหล้าหนักมากขึ้นทำให้เริ่มมีปากเสียงกับ John และทำลายชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ลง ในเวลาต่อมาสิ่งที่เกิดตามมานั้นเริ่มเลวร้ายขึ้นเมื่อ John ได้เสียชีวิตลงและเธอเริ่มไม่มีเงินใช้ เธอเริ่มเกิดอาการผิดปกติขึ้นทางอารมณ์จากการตายของ John การที่ไม่มีทรัพย์สินไว้ใช้จ่าย ความตกต่ำเป็นอย่างมากในชีวิต และเป็นโรคติดเหล้าจนหมดเนื้อตัว
ทำให้เธอเริ่มที่จะหาเงินเลี้ยงชีพและเริ่มถักโครเชต์ (crochet) กับขายดอกไม้เพื่อเลี้ยงตัวเอง แต่ในที่สุดเธอก็หันเข้าหาอาชีพโสเภณี อย่างไรก็ตาม 1 สัปดาห์ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต เธอได้มีเรื่องกับผู้หญิงด้วยกันและได้ถูกทำร้ายเข้าที่ตาซ้ายและหน้าอก
ต่อมาในวันเสาร์ที่ 8 กันยายน ได้มีการพบศพเธอที่บริเวณ 29 Hanbury Street
โดยผู้พบศพของเธอคือ John Davis ช่างซ่อมรถ
เขาพบเธอศพเธอเวลาประมาณ 6 โมงเช้าและได้รีบไปแจ้งความทันที และกลับมาพร้อมกับคนงานอีก 2 คน ที่พบเจอก็แต่รอยคราบเลือดที่เสื้อผ้าและมีด อาวุธที่ใช้สังหารเธอ ก็คาดว่าเธอเป็นเหยื่ออีกรายของ Jack The Ripper
Credits : Dark Side of the World
October 16 -:ชมรมตำนานลึกลับ:-อากาศกะลังร้อนขึ้น ร้อนขึ้นเรื่อยๆ...แย่ชมัด ทำไรก็ไม่สะดวก มัวแต่ร้อนอ่ะ
อาทิตย์หน้าก็จะเปิดเทอมรึเนี่ย ขี้เกียจจัง....
อยากไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ที่มันเย็นๆจัง...
ช่วงนี้รู้สึกมึนๆหัวตลอดเวลาเลย @_@ แบบเหมือนกับไม่รู้ทิศรู้ทาง
สูญเสียการรับรู้positionไป รู้สึกเหมือนเวลาที่ตีลังกาใต้น้ำอ่ะ...-_-;
สงสัยเล่นคอมมากไป....เอ๊ะ อาจจะเป็นนอนมากไปก็ได้นะ...
ช่วงนี้เห็นเกรดเพื่อนเริ่มออกกันแล้วหนิ
ของคณะแพทย์ประชุมเกรดพรุ่งนี้ กว่าจะรู่คงอีกสักพักอ่ะ..
ตอนนี้ได้แต่รอลุ้นเกรดนะเนี่ย....ไม่อยากรู้เลย....
เกรดมันก็เป็นแค่ตัวเลข(อักษร)ใช่มั้ย?...แค่ตัวเลขเท่านั้น...
ไม่สิ มันเป็นเส้นที่มนุษย์ประดิษขึ้นมา ไม่มีความหมายอื่นใด.....
(\_/)
(O_O)
......(o o)......
โอเค....โวยวายไปแล้ว มาเข้าสู่เนื้อหากันเถอะ
----------------------------------------------------------------------------------
Chapter II : ผีญี่ปุ่น Part II
แฮะๆ วันนี้ก็ยังคงวนอยู่ที่ญี่ปุ่นอ่ะนะ เด๋วต่อไปเอาของที่อื่นมั่ง..........
![]() ผีชาวนาอาฆาต
การต่อต้านระบบเจ้าขุนมูล นายในญี่ปุ่น เมื่อศตวรรษที่ 19
ทำให้ละครผีซึ่งดัดแปลง มาจากเรื่องจริงเรื่องนี้ได้รับความนิยมมาก....
ฮอทตา โคะซุเคะ เป็นขุนนางใจโหด ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในจังหวัดโซมา
เขาขูดรีดภาษีจากชาวไร่ชาวนา ทั้งที่มีกฎหมายห้ามไว้
ผู้ใหญ่บ้านชื่อ ซากุระ โซะโกโระ จึงตัดสินใจไปขอความยุติธรรมจากโชกุน ผู้ปกครองจังหวัดนั้น
แต่โชกุนกลับส่งตัวเขาไปหาฮอทตา โคะซุเคะ ซึ่งบังคับให้โซะโกโระกับภรรยา นั่งดูลูกชายทั้งสามของตน ถูกตัดหัวตายไปต่อหน้าต่อตา
จากนั้นโซะโกโระกับภรรยา ก็ถูกตรึงบนไม้กางเขน
ก่อนหมดลมหายใจโซะโกโระบอกว่า วิญญาณ ของเขาจะกลับมาหลอกหลอน ครอบครัวขุนนางใจร้าย และปรากฏว่าเขาทำตามสัญญา!
![]() ในภาพนี้วิญญาณของสองสามีภรรยาลอยอยู่และกำลัง เล่นงานขุนนางใจร้ายที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงกลาง
ร่างที่สองของผีโซะโกโระพุ่งเข้าหาจากด้านหลัง บรรดาคนรับใช้ถูกเวทมนตร์ คาถาจนหน้ากลายเป็นผี การสำแดงฤทธิ์เดชแบบนี้ไม่ค่อยพบในหมู่ผีฝรั่ง
เจ้าหญิงกับลูกสมุนผี
![]() หนึ่งในเรื่องผีของสมัยศตวรรษที่ 19 ซึ่งผู้คนโปรดปรานมากคือ
เรื่องของเจ้าหญิงทาคิยาชาที่พยายามใช้กำลังผีเข้าต่อสู้ข้าศึก
เจ้าหญิงเป็นธิดาของขุนนาง ซึ่งเสียชีวิตในปี ค.ศ.940 เพราะทำการกบฏไม่สำเร็จ
หลังจากนั้น เจ้าหญิงจึงไปบวชชี เป็นเหตุให้ได้ พบวิญญาณของพ่อมดกบ
ซึ่งใช้อำนาจชั่วร้ายช่วยวางแผนต่อสู้กับคู่แค้นเก่าของพ่อเธอ
ลูกสมุนของเจ้าหญิงซ่อนตัวอยู่ในวังของพ่อ
แต่นักรบซึ่งเป็นคู่แค้นชื่อมิทซุคุมินั้นรู้ทันจึงหนีออกจากวังและปราบทั้งมนุษย์
และลูกสมุนที่มีฤทธิ์เหนือธรรมชาติจนสิ้นซาก
![]() ในภาพ เจ้าหญิงทาคิยาชาและมิทซุคุมิกำลังเผชิญหน้ากัน
เจ้าหญิงร่ายมนต์เรียกผี ซึ่งปรากฏร่างเป็นโครงกระดูกขนาดมหึมา มันคืบคลานมายังผนังไม้ไผ่ที่ล้มอยู่
ฝ่ายนักรบใช้ดาบแทงลูกพี่ลูกน้องของเจ้าหญิงทาคิยาชา
วิญญาณชู้รัก
ชายผู้หนึ่งชื่อว่า อิกาโน คาเนมิตสุ ได้ ลอบรักกับภรรยาม่ายของพี่ชายเขาเองที่เสียชีวิตไป
แต่รักครั้งนี้ผิดศีลธรรมประเพณี เพราะหญิงม่ายได้บวชเป็นชีไปแล้ว
เมื่อคิคุโนะ ซึ่งเป็นเมียน้อยของพี่ชายกับมาตาฮาชิ ผู้รับใช้ของเธอ ได้ล่วงรู้ถึงความลับนี้ คาเนมิตสุก็ได้สังหารคนทั้งสองเสีย
แต่แล้ววิญญาณของทั้งคู่ก็ได้กลับมาแก้แค้น โดยมุ่งหมายที่จะยุติทั้งความสัมพันธ์ และชีวิตของคาเนมิตสุกับชู้รัก
![]() ในเรื่องเช่นนี้ ละครคาบูกิของญี่ปุ่นมักแสดงออกถึงความ รู้สึกผิดชอบในใจของผู้กระทำผิดเอง
แม้ว่าในพล็อตเรื่องชู้รักทั้งสองได้ถูกปิศาจคิคุโนะกับมาตาฮาชิหลอกหลอน จนกระทั่งเสียสติและฆ่าตัวตาย
แต่แท้จริงแล้ว ปิศาจก็คือความกลัวต่อบาปนั่นเอง เมื่อหาทางสงบจิตใจไม่ได้ ทางออกก็คือการฆ่าตัวตาย
สาวใช้ที่บ่อน้ำ
โอยามา เทสซัน เป็นซามูไร ผู้มีอำนาจมากในสมัยศตวรรษที่ 18
เขาหลงรักสาวใช้หน้าตาสวยชื่อ โอคิคุ เมื่อเธอไม่ยอมรับรักเขา เขาจึงวางแผนล่อลวงเธอ
เขามีชุดถ้วย ชามราคาแพงอยู่ 10 ใบ จึงมอบให้สาวใช้คอยดูแล
วันหนึ่งเขาแอบเอาชามหนึ่งใบ ไปซ่อนและสั่งสาวใช้ให้นำชามทั้ง 10 ใบมาให้
แน่ละว่าโอคิคุนับแล้ว นับอีกก็เหลือชามอยู่เพียง 9 ใบ เธอจึงรู้สึกกลัว
เทสซันจึงบอกว่าจะยกโทษ ให้ถ้าเธอยอมเป็นภรรยาน้อยของเขา
สาวใช้ ปฏิเสธ เทสซันโกรธจัดจนฆ่าเธอตายแล้ว โยนศพทิ้งลงบ่อน้ำในบ้าน
![]() หลังจากนั้น วิญญาณของโอคิคุก็มักปรากฏข้างบ่อน้ำในตอนกลางคืน
ส่งเสียงนับชามอย่างช้าๆ เมื่อเธอนับถึงใบที่เก้าเธอก็จะร้องไห้โหยหวนแล้วหายวับไป
เทสซันทนทุกข์ทรมานจากความผิดบาปที่ได้ทำไป เขาจึงขอให้เพื่อนบ้านช่วยไล่ผีที่บ่อน้ำ
เพื่อนบ้านซ่อนอยู่ข้างบ่อน้ำรอจนกระทั่งผีโอคิคุนับถึงเก้า แล้วเขาก็ตะโกนว่า “สิบ!”
โอคิคุหายวับไปและไม่กลับมาอีก เลย เพราะได้พบกับความสงบสุขในที่สุด
นี่เป็นเรื่องผีหนึ่งในจำนวนไม่กี่เรื่องซึ่งโด่งดังมากที่สุดของญี่ปุ่น
Credits: www.thairath.co.th
October 12 -:ชมรมตำนานลึกลับ:-รู้สึกปิดเทอมนี้มันเหงาๆไงชอบกลนะ หรือว่าเค้าคิดไปเอง? เอาเถอะ...
ช่วงนี้msnเป็นไรก็ไม่รู้ ชอบแฮงค์อ่ะ แล้วเวลาlog in ก็เข้าสเปซไม่ได้ ยุ่งยากจริง
เอาเป็นว่าสำหรับเดือนที่เงียบเหงานี้ เค้าขอเปลี่ยนสเปซนี้เป็น 'ชมรมตำนานลึกลับ' ไปก่อนล่ะ
ว่าแต่มีสมาชิกคนเดียวจะเป็นชมรมได้มั้ยเนี่ย....
.....(-_-;)...
-------------------------------------------------------------------------------------------
Chapter I : ผีญี่ปุ่น Part I
ผีญี่ปุ่น
เรื่องเล่าเกี่ยวกับผีมีอยู่ในทุกๆ วัฒนธรรมทั่วโลก แต่ในญี่ปุ่นนั้นเป็นที่สิงสถิตของผีมากมาย ทั้งยังเป็นผีที่ร้ายกาจ น่ากลัวกว่าที่ไหนๆ
วิญญาณเหล่านี้เวียนว่ายอยู่ด้วยแรงอาฆาตพยาบาท หมายจะแก้แค้นคนที่เคยมาทำร้าย ให้ได้รับความทุกข์ ทรมานจนกว่าชีวิตจะหาไม่...
ความเชื่อเรื่องผีในญี่ปุ่น มีรากฐานมาจากลัทธิชินโต ซึ่งบอกว่าวิญญาณของมนุษย์ จะต้องไปอยู่ในโลกหนึ่งชั่วนิรันดร์ แต่ระหว่างโลกนี้กับโลกหน้านั้น ยังมีอีกโลกหนึ่งกั้นกลาง ซึ่งวิญญาณสามารถ ย้อนกลับมาหาคนเป็นได้
หัวที่ลอยละล่อง ( ไมคุบิ )
เป็นตำนานเก่าแก่ที่ปรากฏในนิทานของชาวโมโมยามะเมื่อราวปี คศ.1200 เล่ากันว่าคืนหนึ่งมีซามูไร 3 ตนที่นิสัยไม่ดีนักได้แก่ โคซันตะ มาตะชิเงะ และอากุโกโร ทะเลาะกันอย่างดุเดือดอยุ่ริมทะเล และลงท้ายด้วยการบั่นคอของแต่ละคนจนตาย ตั้งแต่นั้นมาในคืนเดือนเพ็ญจะปรากฎศีรษะลุ่นๆสามหัวหรือเห็นเป็นแค่ดวงไฟ 3 ดวง ลอยหมุนติ้วเป็นวงกลม ร้องตะโกนว่า “ เป็นความผิดของเจ้านั่นแหละ “ {เชื่อกันว่าถ้าเกิดไปล้อเลียนมันเข้า มันจะตรงดื่งเข้ามาเล่นงานทันที } ปิศาจกลับหมอน ( มากุระ งาเอชิ )
ถ้าเช้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกมึนงงว่าที่นี่มันที่ไหน หรือว่าทำไมบ้านเราถึงมีบรรยากาศเปลี่ยนไป หรือสงสัยว่าทำไมชีวิตประจำวันมันถึงช่างแปลกออกไป นั่นเป็นฝีมือของปิศาจกลับหมอน ปิศาจตนนี้จะแอบมากลับหมอนของผู้คนยามนอนหลับ เมื่อคนคนนั้นตื่นขึ้นมาจะพบว่าตนเองอยู่ในโลกที่ตรงข้ามกะความเป็นจริง ในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเต้มไปด้วยความโหดร้าย ผิดหวัง ขมขื่น เพราะปีศาจตัวนี้ชอบเห็นผู้อื่นเดิอดร้อน คนที่โชคดีหน่อยอาจจะฝ่าฝันร้ายๆนั้นออกมาได้และตื่นขึ้นมาในมิติเดิม แต่มีหลายคนที่ถูกชักนำไปสู่มิติแห่งความตาย ผีว้าก ( อุว้ง )
เป็นปิศาจที่มีรูปร่างใหญ่โตราวกับยักษ์ หูแหลม ศีรษะล้าน และมีกรงเล็บแหลมคม มักจะปรากฏตัวตามกำแพงวัดร้างหรือป่าช้า เมื่อปรากฏตัวมันจะร้องว่า \" อุว้ง อุว้ง!!!!"\ หรือ \"ว้ากกกก ว้ากกกก"\ นั่นเป็นที่มาของชื่อ มันจะร้องเช่นนี้ก็ต่อเมื่อมีคนผ่านมา คนที่ได้ยินเสียงนี้จะต้องร้องตอบไปว่า \"อุว้ง\"เช่นเดียวกันและต้องตอบให้ทัน แต่แน่นอนว่ามันจะเพิ่มความเร็วในการร้องเร็วขึ้นเรื่อยๆจนคนร้องตามไม่ทัน และเมื่อถึงคราวนั้นมันจะใช้กรงเล็บตะปปคนคนนั้นจนตาย ปิศาจขวางโลก ( อามาโนะจากุ )
คนนิสัยดีอ่อนหวานแล้วจู่ๆ เปลี่ยนไปยังกะหน้ามือเป็นหลังมือ โดยไม่มีสาเหตุ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าคนคนนั้นถูกอามาโนะจากุเข้าสิง ปิศาจตัวเล็กๆตัวนี้มีนิสัยขวางโลกอย่างรุนแรง ใครว่าซ้าย ข้าจะไปขวา ใครว่าสีขาวข้าจะว่าสีดำ ใครจะทำไม ปิศาจตนนี้มีแต่จะเปลี่ยนคนดีให้เป็นคนเลว แต่ที่เปลี่ยนคนเลวให้เป็นคนดีขึ้นมานั้นยังไม่ปรากฏ ยักษ์ร้อยตา ( โทะโดะเมกิ )
เป็นยักษ์เพศหญิง ที่มีตาอยู่บนใบหน้าและร่างกายเต็มไปหมด เชื่อกันว่าตาเหล่านี้จะมองเห็นทะลุปรุโปร่งไปหมด ดังนั้นเมื่อถูกยักษ์ตนนี้ไล่ตามไม่ว่าแอบซ่อนอยู่ที่ไหนก็หาเจอ แต่ไม่เคยมีปรากฏว่ายักษ์ตนนี้ทำร้ายใคร มีเรื่องเล่า (อาจจะเป็นเพียงคำขู่สอนเด็ก) ว่าถ้าใครทำผิดและแอบซ่อนความผิดนั้นไว้ จะมีตาขึ้นบนร่างกายทีละตา และจะมีมาเรื่อยๆถ้าคนคนนั้นยังไม่ยอมหยุดทำและสารภาพออกมา ปิศาจผ้า (ตันโมะเม็ง)
เป็นปิศาจที่มีรุปร่างเป็นผ้า เป็นผ้าฝ้ายสีขาวผืนยาว มี พท.ประมาณ 2.5 ตร.ม มีตาและปากอยู่บนนั้น อาศัยอยุ่บนภูเขาพอตกกลางคืนก็จะกระพือปีกลงมาคอยรัดคนที่เดินผ่านไปมา ปิศาจผ้านี้ถึงจะมีรูปร่างเป็นผ้า แต่เชื่อกันว่าไม่มีของมีคมชนิดใดที่สามารถตัดให้ขาดได้ นอกจากฟันที่ย้อมเป็นสีดำของเจ้าสาวในพิธีแต่งงาน ไดดาระโบ๊ทจิ
เดดาระโบ๊ทจิ ก็เรียก เชื่อกันว่าเป็นยักษ์ผู้สร้างโลก ยักษ์ไดดาระมีรูปร่างสูงใหญ่เหมือนยักษ์ทั่วไปทุกประการ แต่อาศัยอยุ่โลกมนุษย์โดยไม่ทำลายสิ่งปลุกสร้างของมนุษย์และตัวมนุษย์เลย ยักษ์ตนนี้ได้รับคำสั่งจากเทพให้มาช่วยสร้างโลก หน้าที่หลักๆก็คือช่วยสร้างหรือเคลื่อนย้ายแม่น้ำและภูเขาให้ถูกที่ถูกทาง ปิศาจถุง (จาบุคุโร)
เพราะว่ามีรูปร่างเป็นถุงผ้าเล็กๆจึงได้ชื่อนี้ จาบุคุโรจะปรากฏตัวโดยการโรยตัวลงมาจากท้องฟ้า เชื่อกันว่าถ้าเป็นคนที่มีจิตใจดีงามเมื่อจับตัวมัน มันจะพาย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อให้เราแก้ไขเรื่องที่เราคิดว่าทำผิดพลาดได้ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นคนที่มีจิตใจต่ำช้าแล้วละก็ มันจะดูดเอาวิญญาณของคนคนนั้นไปเสีย ปิศาจทารก (โคะนะกิจิจี้)
ชื่อภาษาญี่ปุ่นของปิศาจตนนี้แปลเป็น ไทย ว่า \" ตาแก่ร้องไห้เหมือนเด็ก \"เพราะเป็นปิศาจที่มีรูปร่างเหมือนเด็ก แต่หน้าตาน่าเกลียดเหมือนชายแก่ มันจะหลอกคนโดยการแสร้งนอนหลับ ร้องไห้ เป็นทารกที่ถูกทิ้งเพื่อให้คนมาพบเห็นอุ้มขึ้นมา แล้วมันจะ..หันหน้าที่แสนน่าเกลียดมาให้ดู เมื่อคนอุ้มตกใจและทำท่าจะปล่อยมันลง มันจะรัดตัวคนคนนั้นไว้แล้วเพิ่มนำหนักตัวทับจนขาดใจตายไป ปิศาจสาวฟันดำ ( โอฮาคุโรเบซึตะริ )
หญิงญี่ปุ่นโบราณนั้นจะต้องย้อมฟันให้เป็นสีดำด้วยนำยาชนิดหนึ่งในวันพิธีแต่งงาน ปิศาจฟันดำนี้จะไม่มีคิ้ว ตา หรือ จมูก จะมีก็แต่ปากที่แสยะยิ้มอวดฟันดำๆอยู่ตลอดเวลา เชื่อกันว่าเธอเป็นวิณญาณ หญิงสาวคนหนึ่งที่ผิดหวังในเรื่องความรัก เนื่องจากเธอถูกเจ้าบ่าวทิ้งในวันแต่งงาน เธอจึงฆ่าตัวตายไปด้วยความแค้นสุมเต็มอก เหยื่อของเธอเป็น ชายซะส่วนใหญ่ ถ้าพบเธอให้บอกเธอว่า \" จะไปขอมาเป็นเมีย \" เธอก็จะหายไป ปิศาจภูเขา ( โคดามะ )
โคดามะเป็นยักษ์ตัวเล็กๆที่อาศัยบนภูเขา เมื่อเราอยู่บนภูเขาแล้วตะโกนอะไรออกไปแล้วได้ยินเสียงตอบกลับมา นั่นโคดามะเขาล่ะ ความสามารถของโคดามะก็คือ \" การทำเสียงสะท้อนนั่นเอง \" ปิศาจหัวเราะ ( วาไรอนนะ )
ปิศาจตนนี้จะมาส่งเสียงหัวเราะระรื่นในยามกลางคืนอยู่ข้างๆบ้านเรา นางสามารถทำเสียงให้ตลกขบขันจนคนที่นั่งอยู่ในบ้านฟังแล้วต้องหัวเราะตาม ยิ่งหัวเราะตัวนางก็จะใหญ่โตขึ้นไปเรื่อยๆจนกลายเป็นนางยักษ์ไปเลย แต่ไม่ว่าจะน่าขบขันเพียงใดก็ต้องหาหมอนมาอุดปากไว้ เพราะถ้าหัวเราะตาม บ้านของเราก็จะพังครืนลงมาทันที แต่ถ้าเราไม่หัวเราะตามนางก็จะจากไปเอง ผีสาวคอยาว ( โรคุโรคุบิ )
ผีสาวคอยาวมีความสามารถพิเศษคือ ทำคอให้ยาวออกไปเหมือนยางงยืดตามคำสั่งของเจ้าตัวได้ ในตอนกลางวันนางก็เป็นเหมือนหญิงสาวทั่วๆไป แต่เมื่อตกกลางคืนนางก็จะยืดคออกไปหาเหยื่อ ส่วนมากจะเป็น ชายหนุ่ม เชื่อกันว่านางดูดชีวิตของหนุ่มๆเหล่านั้นเพื่อมาเป็นพลังชีวิตของตัวเอง ปีศาจอิทสึมาเกะ
อิทสึมาเกะ ในภาษาญี่ปุ่นนั้นหมายความว่า 'จนถึงเมื่อไหร่' ปิศาจตนนี้มีรูปร่างเหมือนนก มีจะงอยปากอันใหญ่แหลมคม มีหางคล้ายงู เป็นนกปิศาจที่กินซากศพของคนที่ตายแบบไร้ญาติ เมื่อกินศพเสร็จแล้วจะไปโผล่ตัวที่บ้านคนแล้วร้องว่า อิทสึมาเดะ นั่นหมายความว่า\" จะปล่อยให้มีศพอย่างนี้จนถึงเมื่อไหร่ \" คนที่ได้ยินต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้คนตาย ไม่เช่นนั้น คนในบ้านจะเจ็บป่วยหรือมีไฟไหม้บ้าน ผีลิ้นแดง ( อาไกชิตะ )
จะปรากฏตัวเมื่อยามที่ท้องฟ้าเป็นสีแดงในเวลาใกล้ค่ำ หรือที่เราเรียกว่าผีตากผ้าอ้อมนั่นล่ะ มันจะปรากฏตัวอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีแดงเหมือนเพลิง พร้องกะหน้าตาน่ากลัวอย่างยักษ์ ปากฉีก ลิ้นยาวสีแดงฉาน มันจะตวัดลิ้นและรัดเหยื่อกลืนหายไป แต่มีเรื่องที่น่าแปลกคือ ถ้าบ้านไหนมีเหยื่อเคราะห์ร้ายจากผีลิ้นแดงแล้ว หลังจากนั้นกิจการของบ้านนั้นจะเจริญก้าวหน้า ปิศาจหิมะ ( ยูกิอนนะ )
มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกะปิศาจตนนี้ แต่ที่ได้ยินมาบ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ว่าในคืนที่หิมะตกหนักจะมีหญิงสาวสวยมากๆคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาพร้อมกะเด็กที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขน ถ้าเจอคน เธอจะขอร้องอย่างน่าสงสารว่า \" ช่วยอุ้มเด็กคนนี้ให้หน่อยเถอะค่ะ \" แต่เมื่อเราสวมวิญญาณคนดีช่วยอุ้มเด็กให้ เด็กคนนั้นก็จะค่อยๆตัวเย็นขึ้น จนทำให้คนที่อุ้มแข็งตายไป [ไม่ว่าจะเล่าลือกันอย่างไร สิ่งที่เหมือนกันเสมอนั่นก็คือ ปิศาจหิมะเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ] ปิศาจตุ๊กแก ( โชเคระ )
ปรากฏอยุ๋ในสมุดรวมภาพปิศาจของโทริยามะ เซกิเอ็น เชื่อว่าเป็น \"เทพวิบัติ\" ชนิดหนึ่ง มีรุปร่างคล้ายตุ๊กแก มีหนังเป็นเกล็ดหนา กรงเล็บและฟันแหลมคม ตัวใหญ่เท่าคน ออกหากินในวันที่มีงานบุชาเทพเจ้าโคชิน มันจะคอยมองลอดเข้าไปในหน้าต่างบ้านคนที่นอนเร็วในคืนนั้นและเล่นงานเมื่อมีโอกาส มันจะใช้เล็บขูดผิวหนังของคนคนนั้นออกมากิน ถ้าเห็นให้พูดว่า \"รู้นะว่าแอบมองอยู่"\ มันก็จะหนีไป นางแมงมุม (จูโรคุโมะ )
เชื่อกันว่าเป็นแมงมุมเพศหญิงที่มีชีวิตติดต่อกันหลายร้อยปี ซึ่งได้ดูดเลือดคนจำนวนมากจนทำให้วิชาอาคมแกร่งกล้าขึ้น พัฒนาเป็นนางแมงมุม ในตอนกลางวันนางจะแปลงร่างเป็นหญิงสาวสวยหลอกล่อผู้ชายมาดูดเลือด credits: www.moncheep.com
------------------------------------------------------------------------------------------- October 09 ชวิตยามปิดเทอมมาอัพแล้ว........^^; แบบว่าตั้งแต่สอบเสร็จก็เพิ่งมานี่แหละ
มีเรื่องอยากอัพเยอะแยะ แต่มัวแต่ยุ่งๆ(กับเกม) กว่าจะนึกได้ก็ตี2-3ทุกทีเลย...-_-; WARNING! : ถ้าไม่ชอบไร้สาระ ก็อย่าอ่านเลยนะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องแรกก็นี่เลยวันอังคารที่ผ่านมาน่ะ อ.ให้ไปทำความสะอาด อ.ใหญ่กัน
แต่เนื่องจากว่าเป็นคนที่ตื่นเช้าไม่ได้อ่ะนะ เลยนัดเพื่อนตอนบ่ายโมงซะเลย.... แต่โชคร้ายเนื่องจากผิดพลาดทางเทคนิค!? ทำให้ชั้นมาถึงห้องตอนบ่ายสอง...เลทไป1ชม.เต็มๆ (ในใจก็คิดว่า เพื่อนมันต้องนึกด่าเราแหงมๆ นัดก็สายแล้ว ยังมาเลทเป็นชม.อีก..) พอมาถึงห้องก็มีเพื่อนคณะเหลืออยู่ไม่ถึงสิบคนแล้ว (เพราะคนส่วนใหญ่จะมาตอนเช้าจะได้รีบกลับบ้าน...) มองไปไม่เห็นlabmateซักคน (ก็แหงซิยะ!)เราก็เดินไปตามหาอ.ใหญ่ของตัวเอง... เดินหาจนโต็ะในสุดโน่น...มุมห้องค่อยเจอ...ดูชื่อ มั่นใจแล้วก็เปิดผ้า.... o(O_o)o โอ้..ไม่ นี่มันหมายฟามว่าอย่างไร...มันคือปาฏิหารย์อ.ใหญ่เพื่อไม่ให้ชั้นถูกเพื่อนๆเหม็นหน้าหรือ? ...หรือมันคือบทลงโทษสำหรับคนที่มาสายไปหนึ่งชม.อย่างชั้น....!? หลังจากหันไปมาเลิ่กลั่กสักพัก ไอ้เอ็มที่อยู่ข้างๆก็ถามว่า 'มาทำความสะอาดคนเดียวเหรอ?...' P(แป๋ว):'-_-; ป่าว เค้ามาสายไปชม.นึง คนอื่นคงทำกันเสร็จแล้วกลับไปแล้วล่ะ....' M:'แต่นั่นน่ะ (มองมาที่อ.ใหญ่) มันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!?' P:'ก็นั่นน่ะสิ ถึงได้ยืนงงอยู่นี่ไง...' ว่าแล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดทันที... P: ...ตรู๊ด...ตรู๊ด... A(labmate A):'ฮัลโล?' P:'เอ่อ...อยู่ไหนกันหนิ?' A:'แป๋วอยู่ไหนหนิ?' P:'เค้าอยู่ที่ห้องกรอสอ่ะ' A:'อ๋อ...ไม่ต้องทำ(ความสะอาด)แล้ว เสร็จแล้ว...ทำไมเหรอ?' P:'คือ ตอนนี้เค้ายืนอยู่ข้างๆอ.ใหญ่เนี่ย ยังไม่มีใครทำความสะอาดเลยนะ?' A:'อะไรนะ! ตะกี้พวกเค้า(labmate A+B)เพิ่งมาดู ก็สะอาดแล้วนะlabmate C คงมาทำตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ?' P:'หา?........เอ่อ...' ...หึหึ...พอพูดถึงตรงนี้ ชั้นก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น P:'อ.ใหญ่ของเราอยู่มุมห้องนะ คลุมผ้าสีฟ้าด้วย...' A:'อ่าว แต่ที่เค้าดูก็อ.ใหญ่เรานะ กล้ามเนื้อเหมือนกันเลย...' -_-; กล้ามเนื้อเหมือน บอกอะไรได้ล่ะเจ๊... P:'แล้วคลุมผ้าสีอะไรล่ะ...?' A:'เอ่อ..ผ้าคลุมเหรอ ก็..ก้อ...สีชมพู!!?' ว่าแล้วเชียว...+_+ A:'ไม่จริงน่า..เอ่อ..เดี๋ยวนะ เดี๋ยวเค้าจะไปหา...' และแล้วเรื่องก็กลายเป็นว่า ชั้นได้ทำความสะอาดรอจน labmate A และlabmate B มาช่วย
แต่เนื่องจากlabmate Cติดต่อไม่ได้ เลยรอดไป...กว่าจะทำเสร็จก็สามโมงกว่าแล้ว..ทั้งห้องก็เหลือกันแค่สามคนน่ะแหละ =_=; **หมายเหตุ: ไม่อยากจะsaidเลย ว่าเจอกองราเป็นผงๆ!? กองใหญ่มากที่บนเตียงใกล้ๆเท้าอ.ใหญ่ หวังว่าเปิดเทอมมาคงไม่ได้dis-sect.ใหม่นะ --------------------------------------------------------
ตอนบ่ายสี่กลับบ้านมา ฝนตกพรำๆ น่านอนเหลือเกิน พ่อก็มาชักชวนให้ไปล้างบ่อปลาซะนี่
ตามประสาคนขี้เกียจ + งก!? ก็ต้องถามก่อน P:'จะให้ตังรึป่าวล่ะ?' D(Dad):'ได้สิ จะเอาเท่าไหร่ล่ะ' P:'จะให้เท่าไหร่ล่ะ พันนึง... เอ๊ะ หรือพันสองดี...' D:'...ได้สิ พันนึง ต้องล้างให้หมดนะ...' P:'ไม่ๆ พันนึงนี่คือล้าง จะเสร็จไม่เสร็จ เกลี้ยงไม่เกลี้ยงไม่เกี่ยว' D:'อะไรกัน...' P:'ถือว่าตกลงแล้วนะ...' แล้วพ่อก็ออกไปดูคนไข้ต่อ จากนั้นเราก็เปลี่ยนชุด เตรียมลงมือ โชคดีที่ฝนมันหยุดพอดี แต่ก็เป็นชื้นๆอ่ะนะ ตอนแรกหาอุปกรณ์ได้เป็นไม้สำหรับกวาดน้ำ ยาวสองเมตรได้ เลยไม่ต้องลงไปในบ่อ... แต่พอกวาดไปกวาดมามันไม่ถนัด สุดท้ายก็เลยต้องปีนลงไปจนได้ ยังดีที่สูบน้ำออกแล้วเหลือแค่ก้นๆ .....กวาดๆไปมีคางคกกระโดดผ่านไปด้วยอ่ะ.... พอทำไปได้ประมาณหนึ่งตารางเมตร เครื่องสูบก็หยุดซะนี่ คงจะตันมั้ง แถมมันดันอยู่ตรงที่ลึกสุด มีโคลนกองอยู่เพียบ ให้ตายชั้นก็ไม่ลงไป ก็เลยพยายามเขี่ยมันออกมา เครื่องบ้าไรก็ไม่รู้โค-ตะ-ระ หนัก ก็ใช้วิธีสาวสายไฟมันขึ้นมา ยังกลัวไฟช็อดอยู่เลย เอาขึ้นมา >> ล้าง >> พยายาม(อย่างมาก)ที่จะเอาไปวางที่เดิม >> เปิดเครื่อง >>...ชิ้ง... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นทีเครื่องคงเสียซะแล้ว...-_-...ไม่ทำและ ไปอาบน้ำดีก่า... เครื่องมันคงเสียจริงๆเพราะตอนพ่อกลับมา ก็แก้ไม่ได้ ...แต่ยังไงพ่อก็ให้ตังมาน่ะนะ o^_^o ถึงจะบอกให้ไปล้างต่อให้เสร็จก็เถอะ
เรื่องนั้นไม่มีปัญหา...หึๆๆ(หัวเราะแบบชั่วร้าย?) ตอนเย็นแม่กลับมาเลยบอกแม่เรื่องล้างบ่อ แม่โวยวายใหญ่เลย บอกว่าทำคนเดียวลื่นล้มไปทำไง ทีหลังอย่าไปฟังพ่อนะ(อ่าว) เด๋วแม่จัดการเอง.... วันต่อมาก็เป็นไปตามคาด ชั้นมีไข้ขึ้นสูง... ส่วนบ่อปลาก็ให้คนสวนจัดการไปซะ...(อ่ะนะ คล้ายๆหลอกเอาตังเลย แต่ชั้นก็ล้างอยู่หนิ...จริงม่ะ) --------------------------------------------------------
วันเสาร์ที่ผ่านมาน่ะ ได้ไปสอบ pre-test ของ national licenseด้วย
เค้ารับปีสอง100คน กับปีสามบังคับทุกคน แต่มีเพื่อนเราสมัครสอบแค่ 20คนเอง.. คิดว่าเพื่อนๆคงอยากกลับบ้านกัน หรือไม่ก็ไม่สนใจ เลยไม่สอบกัน... แต่เห็นคนที่มาสอบก็พวก หนึ่ง วิว ป้อม แจน ฯลฯ ทั้งกลุ่ม และแน่นอนว่าพระเจ้าแมนของเราก็มาสอบด้วยเช่นกัล... **เค้าต้องขอโทษแล้วก็ขอบคุณมะจริงๆนะ ที่(ถูกลาก)มาสอบเป็นเพื่อนด้วยน่ะ...
คือเค้าให้แม่สมัครให้ แล้วตอนนั้นมันสอบไฟนอลเสร็จแล้ว เลยไม่ได้ชวนใครมาสอบด้วย และแล้วท่านแม่ผู้แสนดีก็เกรงว่าลูกจะไม่มีเพื่อน จึงใส่ชื่อ นางสาวสุขุมาล ลงไปด้วย..(ซะงั้น) ซึ่งชื่อนี้ท่านไปทราบแต่ใดมา ข้าน้อยก็มิอาจล่วงรู้ได้.... ...เนื่องจะมะปิดมือถือ แล้วเค้าก็ไม่แน่ใจว่าเบอร์ที่มีใช่เบอร์บ้านมะหรือไม่เลยไม่ได้ติดต่อกัน... แต่แล้วฟ้าก็ลิขิต!?ให้คืนก่อนสอบมะโทรมาพอดิบพอดี...(O_O เหลือเชื่อดีเนาะ..) ก็เลยได้มาสอบด้วยกัน ^_^; ข้อสอบก็ ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมานะ....ไม่ยาก...แต่ทำไม่ได้!?
เนื้อหามันก็เยอะอ่ะนะ คือ300ข้อ ทุกวิชา จากปีหนึ่งถึงปีสาม... ช่วงเช้า 150ข้อแรกก็พอแบบว่าคุ้นๆ เรียนมาแล้วแต่จำไม่ได้ประมานนั้น... มีที่เพิ่งสอบไฟนอลไป แต่กลับจำไม่ได้อ่ะ...TT_TT แต่ตอนบ่ายเนี่ย150ข้อหลัง ยังไม่ได้เรียนเลย pharmaco อะไรแบบนั้น ก็นั่งเดาไปตามระเบียบ.. ---------------------------------------------------------
วันนี้อารมดี(พูดให้ถูกคือเมื่อวาน..)แบบว่าโหลดเกมเสร็จแล้ว...หลังจากที่เริ่มโหลดมาอาทิตย์นึง (ก็ก่อนสอบกรอสน่ะแหละ)
อาจจะรู้สึกว่ามันนานมากอ่ะนะ แต่โหลดจากtorrentมันก็งี้แหละ ไฟล์เกมก็ใหญ่ด้วยแหละ 3.15Gอ่ะ ชื่อเกม Titan Quest อ่ะ ก็เป็นพวกเกมRPGนั่นแหละ(คือเค้าชอบเล่นพวกRPG ที่ออกแนวFantasyน่ะ อย่างอื่นขอผ่าน...) ตอนนี้กะลังอยากเล่น Neverwinter Nights 2 มากๆ จะออกสิ้นเดือนตุลานี้แหละ...อยากได้แผ่นแท้ด้วยอ่ะ... -----------------------------------------------------
ได้เวลานอนแล้วสิ เด๋วตื่นไม่ทันพ่อมาตอนเที่ยงจะโดนบ่นอีก พ่อชอบบ่นเวลานอนไม่เป็นเวลาอ่ะ... ว่าจะมาตกแต่งสเปซใหม่เร็วๆนี้แหละ เริ่มเบื่อและ...-_-; |
|
|