natnicha's profile*¤ Natsumé ¤*BlogListsNetwork Tools Help

Blog


    December 18

    +_+

     

    เฮ้อ เพิ่งจะได้แตะคอมเป็นครั้งแรกตั้งแต่สอบเสร็จ....
    รู้สึกสับสนจริงๆว่าจะเริ่มตรงไหนดี แบบว่าช่วงสอบไม่ได้ทำไรเลย
    ตอนนี้อยากทำหลายๆอย่างแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
    มีเรื่องทีอยากอัพหลายเรื่องแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง...
     
     
    เริ่มจากเรื่องสอบละกาน...ก็คิดว่าเทอมนี้เริ่มอ่านหนังสือเร็วขึ้น...
    แบบว่าเทอมก่อนอ่านหนึ่งอาทิตย์ก่อนสอบ...เทอมนี้เพิ่มเป็นสอง...-_-;
    แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้อะไรๆดีขึ้นมาสักเท่าไหร่
    เพราะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เพิ่มมานั้นเค้าใช้อ่านimmunoวิชาเดียวยังไม่จบเรย...แต่อ่านการ์ตูนจบไปไม่รู้กี่สิบเล่ม....
    ส่วนอาทิตย์ที่สองนั้นก็มีสอบneuroวันศุกร์..ก็อ่านได้แค่neuroนั่นแหละ...ไม่จบอีกตะหาก
    รู้สึกชีทอ.อ่านไม่รู้เรื่องเลย...โดยเฉพาะspinal chord...อ่านได้5นาที...
    โยนทิ้งXXXเรย ไม่อ่านมันแระ เอาเวลาไปอ่านอย่างอื่นยังจะดีกว่า...
    ส่วนอาทิตย์ที่สอบก็ดีอยู่...หยุดให้3วัน...ให้พอได้หายใจ
    มันอ่านจะดูเป็นการกระทำที่งี่เง่า ดีไม่ดีคงมีคนคิดว่าเค้าโกหกอีก ที่จะบอกว่า
    สามวันที่หยุดไปนั้น..."เค้าไม่เคยตื่นก่อนเที่ยงครึ่ง...และไม่นอนเกินตีหนึ่ง..."
    ในขณะที่มีเพื่อนๆหลายคนอ่านหามรุ่ง หามค่ำ ได้นอนแค่วันละ1-2ชม.
    ทำไมหน่ะเหรอ...ไม่รู้สิ..ก็ชั้นเป็นคนแบบนี้หนิ...
    อ่ะ เอ้ย..คือจากความรู้ทางจิตวิเคราะห์อันน้อยนิดที่ได้จากการแอบอ่านหนังสือของท่านแม่...และคิดเอาเอง..
    เค้าคิดว่า...มันเป็นเหมือนการหนีหน่ะ...หนีจากความจริง จากชีวิตจริง...ที่มันไม่ได้สวยงามแบบที่เราอยากให้เป็น...
    คือตอนเอ็นท์เค้าก็เป็นแบบนี้ นอนหัวค่ำมากๆ 3-4ทุ่มนี่นอนแระ ทั้งๆที่ปกติไม่เคยนอนก่อน5ทุ่ม...
    ตอนนั้นเค้าคิดว่า
    -ไม่อยากฟังเวลาพ่อบ่นให้อ่านหนังสือ เลยรีบนอน
     -ไม่เคยออกไปอ่านนอกบ้านกับเพื่อน เพราะขี้เกียจ
     -ไม่ออกไปติวกับเพื่อนๆเพราะไม่ชอบคนกลุ่มใหญ่ๆ
    แต่พอตอนนี้ พอมองกลับไปดู ก็รู้ว่าที่ทำๆมาก็เพื่อหนีจากความจริงที่ว่า
    "ชีวิตเรามันไม่ได้มีแต่ความสุขสบาย มันก็ต้องลำบาก เหน็ดเหนื่อยเป็นธรรมดา"
    แต่เค้าแค่ไม่อยากรับรู้...ทั้งที่เพื่อนๆเครียดกันมาก เหนื่อย ท้อ ไม่แน่ใจว่าตัวเองมาถูกทางมั้ย...(อันนี้นี่รวมทั้งตอนเอนท์ทั้งตอนนี้นะ)
    แต่เค้ากลับหนีด้วยการอยู่แต่บ้าน นอนเล่นไปวันๆ วาดฝันไว้สวยหรูว่าอนาคตชั้นจะเป็นยังงี้นะ มีอันโน้นอันนี้นะ (ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่...T_T)
    แต่กลับไม่คิดจะเริ่มทำอะไรเพื่อให้มันเป็นจริง...
    จริงๆแล้วเค้าอิจฉาเพื่อนๆหลายๆคนนะ แบบออส แบบทิพย์เนี่ย
    ที่ตั้งใจเรียน...ขยันอ่านหนังสือ...เรียนพิเศษมากมาย
    คะแนนสอบอาจจะบอกอะไรไม่ได้ แต่เค้าคิดว่าถ้าเค้าทำได้แบบพวกนั้นนี่คงเป็นเทพไปแล้วล่ะ
    (แอบหลงตัวเองแฮะ แต่ก็นะ เค้านี่ลูกพ่อตัวจริงเรยล่ะ...แต่พ่อเค้ามีแรงผลักดันมากกว่าอ่ะ...-_-;
    สิ่งที่พ่อเค้าทำได้ และเค้าน่าจะทำได้แต่ไม่คิดจะทำก็เช่น...
    หัดเล่นกีต้าร์เอง จนได้ฟอร์มวงคณะแพทย์ ได้เป็นหัวหน้าวง ร้องนำ เล่นกีต้าร์ลีด...>>>โอเคนี่อาจจะเกินตัวไป...-_-;;
    หรือ เรียนจบปี6ด้วยคะแนนสูงสุด9วิชา...ทั้งๆที่มันมีแค่10วิชา...>>>เอ่อ...นี่ก็อาจจะเกินความสามารถแฮะ...-_-)

    แต่ก่อนเค้าคิดว่าติดแพทย์ก็ได้ ไม่ติดก็ไม่เป็นไร แต่เหมือนฟ้าเล่นตลก...
    ได้คะแนนเยอะ(ที่ตกใจนี่ก็ตรงได้เยอะกว่าทิพย์นี่แหละO_O) ทำให้ติดโควตาแพทย์แบบชัวร์ๆ(ไม่ต้องลุ้น)น่ะ
    ตอนแรกๆก็คิดว่า เอ๊ะก็ดีหนิ ไม่ค่อยได้อ่านก็ยังติด...เลยไม่รู้สึกอะไร ยังทำตัวล่องลอยไร้แก่นสารเหมือนเดิม...
    ที่ทำให้เค้าคิดได้ก็ตอนที่น้องเอ็นท์ไม่ติดแพทย์นี่แหละ...(เอ่อแบบว่า...ตอนที่ตกมีนคณะsheก็ยังคงไม่กลับใจ...-_-;)
    คือตอนเอ็นท์น้องเค้าขยันมาก(กว่าเค้า...ที่ยังเป็นมนุษย์ลอยล่อง...)
    มันเครียดมาก นอนก็น้อย แถมยังโดนพ่อดุบ่อยๆ...อ่านหนังสือหนัก กลับบ้านดึกตี1-2
    แล้วตอนที่ประกาศผล คือคะแนนมันจะอยู่ในช่วงเฉียดๆน่ะ จะติดไม่ติด ไม่ได้สูงแบบผ่านฉลุยน่ะ
    แล้วน้องเค้าเกรดมันไม่ค่อยดี แล้วปีนันเค้าดีนคิดค่าเกรดเยอะ ก็เลยแพ้เกรดไป...
    ช่วงครึ่งปีหลังจากนั้น บ้านเค้าอยู่ในภาวะเครียดมาก...(เพิ่งมาดีขึ้นไม่กี่เดือนนี่เอง)
    ตอนดึกๆ บางคืนจะได้ยินเสียงน้องร้องไห้ อาละวาดกับเพื่อนทางโทรศัพท์
    (หมายเหตุ:สงสารเพื่อนมันอยู่ แต่เพื่อนมันติดแพทย์แล้วหนิ...ใครรึ>>น้องพีไง )
    ขว้างของไปชนกระจกในห้องแตกอีก แล้วพอพ่อดันมาเห็น-_-;...ตอนนั้นน้องไม่อยู่...มีแต่เค้าอยู่บ้านอ่ะ
    เลยต้องมาแก้ต่างให้ ปั้นเรื่องขึ้นมาง่ะ -_-;...
    มันไม่ดีหรอกการโกหกพ่อหน่ะ แต่สงสารน้องอ่ะ เด๋วโดนดุอีก...เขาเรียก white lie น่ะ รู้จักมั้ย?
    เออ แบบว่าน้องมันน่าสงสารจริงๆนะ เค้าว่ามันสมควรจะได้ติดแพทย์มากกว่าเค้าน่ะ...
    แต่เพราะดันมีการเปลี่ยนระบบพอดี ซวยชิบ...แต่เด๋วอีกสองเดือนมันจะได้สอบใหม่แระ...ขอให้ติดเถอะ
    ...เอ๊ะ บ่นเรื่องสอบไหงกลายเป็นแบบนี้ได้...
    คือสอบคราวนี้ physio & เดอะgrossยากมากส์
    ส่วนneuro กะimmuno พอถูไถ แบบรู้เรื่องนะ แต่ไหงตอบผิดฟระ?
    จริงๆแล้วแม่รีเควสท์มา หนูช่วยเรียนให้เกรดมากกว่า3.00ได้มั้ยลูก?
    อืม แม่พูดถูกแล้วล่ะ คือถ้าอยากต่อเฉพาะทางก็ต้องพยายามรักษาเกรดไว้
    แต่เทอมที่ผ่านมาเกรดแบบว่า 3.00เป๊ะๆ เพราะ ได้Bทุกวิชา ไม่มีตัวอื่น...-_-;;
    จะว่าดีก็ดีอยู่ จะว่าแย่ก็แย่ ยอมมีc+ กะb+ ซักตัวสองตัวอาจจะได้เกรดเฉลี่ยเยอะขึ้นก็ได้
    การที่อ.จะพิจารณารับเราเรียนต่อเฉพาะทางนั้นก็มีปัจจัยสำคัญๆประมาณนี้แหละ
    1.เกรดพอรับได้ไม่น่าเกลียดเกิน อย่าง2.กว่าๆ แล้วมาสมัคร อ.ก็ลำบากใจนะ ถ้า3.9มาเงี้ย ใครๆก็อยากรับไว้
    2.มีทุน ทุนอะไรรึ? ทุนโรงบาลอำเภอไง คือสมมติเราไปใช้ทุนอยู่โรงบาลเอ่อ...ต่างจังหวัดสักจังหวัดน่ะ แล้วเขาต้องการหมอเฉพาะทางสาขานั้นๆพอดี เราก็ไปขอทุน
    คือแบบ เด๋วผมจะไปเรียนสาขานี้ แล้วกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลครับ...น่ะ โรงบาลก็จะสนับสนุน แล้วพอเรามาสมัครที่ศรีนครินทร์ เค้าก็อยากรับเพราะไม่ต้องจ่ายตังค์ให้เรา แต่โรงบาลที่ให้ทุนจะเป็นคนจ่าย...
    3.มีความสามรถที่โดดเด่น อะไรโดดเด่น? ก็อะไรก็ได้ที่เข้าตากรรมการน่ะแหล่ะ เช่นๆ ตอนเรียนอยู่ปี5-6 เรียนวิชาจิตเวชเก่ง..เข้าตาอ.ที่ภาค อ.ก็จะทาบทาม
    หนูมาเรียนจิตเวชมั้ย?..อีแบบนี้เนี่ยได้คะแนนพิศวาสไปเต็มๆ หรือๆเราอาจจะเรียนไม่เก่ง แต่เผอิญซักประวัติดี๊ดี สื่อสารกับคนได้ยอด แล้วบังเอิ้น บังเอิญอ.มาเห็นแล้วสนใจเราพอดี(บังเอิญจัง..^^;;)
    4.เด็กเส้น...-_-;; เอ่ออันนี้เป็นปัจจัยพิเศษสำหรับบางภาคน่ะ เป็นลูกอ.หรือลูกหลานคนรู้จักมักจี่ก็จะได้คะแนนพิศวาสเหมือนข้อที่แล้ว ดีไม่ดีอ.บางคนจะกันที่ไว้สำหรับลูกอีก คืออ.ส่วนใหญ่ก็มีจรรยารรณที่ดีนะ แต่มันก็มีบางคน...บางคนเท่านั้นแหละที่จะทำแบบนั้น...แต่ก็นั่นแหละที่เขาเรียก'มนุษย์'ล่ะ
    ก็ประมาณนี้แหละ ไม่ต้องมีทุกข้อหรอก เขาจะดูรวมๆ มีสักสองข้อก็มีสิทธ์แระ
    ยกตัวอย่างนะ มีคนสมัครสามคน คนแรกเกรด2.5 แต่มีทุน คนที่สองเกรด3.9 แต่ไม่มีทุน
    คนที่3เกรด3.2แต่มีทุน โอกาสถูกรับก็จะเป็น คนที่ 3>2>1ประมานนั้นแหละ
     
    -------------------------------------------
     
    อ่ะ อีกเรื่องที่อยากจะsaidคือ ตอนนี้อยากเลี้ยงหมามั่กๆ คิดถึงจุบปี้มากๆๆๆๆๆๆๆด้วยอ่ะ ฮือ...TT_TT
    ตั้งแต่จุบปี้ตายแม่ก็ไม่ยอมเลี้ยงอีกง่ะ...แต่ช่วงนี้กะลังpsycoแม่อยู่ เริ่มโน้มน้าวได้แระ
    เมื่อวานเกือบได้เลี้ยงแล้วอ่ะ คือไปเยี่ยมอากง อาม่า แล้วพอดีพี่เดชได้ลูกหมามาพอดี อายุคงไม่ถึงสองอาทิตย์ ยังลืมตาไม่ขึ้นเรย
    ถามว่าพันธุ์อะไรเหรอ พี่แกบอก...เซนต์เบอร์นาดผสมกะรอดไวเลอร์...กลุ้มเลยทีนี้...โตมาจะเป็นไงน้อ
    แต่ดูจากหน้าตาตอนเด็กแล้วเหมือนรอดไวเลอร์มากกว่า คงเป็นรอดไวเลอร์พุงพลุ้ยแน่ๆ
    คือพี่แกให้อยู่แต่เกรงใจแม่อ่ะ แล้วก็อยากเลี้ยงสองตัวด้วย...พ่อบอกสองตัว..หมากะแมวไง...อ่ะนะ..
    คือไม่ใช่ว่าเค้าไม่ชอบแมว แมวน่ะน่ารักดี...แต่ว่าชอบหมามากกว่า รู้สึกมันจริงใจกว่า..(รู้ด้วยเรอะ?-_-;)
    คือจริงๆอยากเลี้ยงไซบีเรียน ฮัสกี้มากมาย คิดว่าถ้าเป็นหมอมีตังเก็บพอเมื่อไหร่ จะไปเปิดฟาร์มขายหารายได้เสริม...เอ่อ พ่ออนุมัติแล้วด้วย...

    แต่จริงๆถ้าเป็นอัลเซเชียนเค้าก็ไม่ว่านะ (ตั้งแต่เลี้ยงจุบปี้ รู้สึกจะใจอ่อนกับพันธุ์นี้เป็นพิเศษ...-_-;;) 

    --------------------------------------------
     
    ว่าจะแต่งสเปซใหม่...อีกครั้ง...แต่เริ่มขี้เกียจ...ทำลิงค์ไปสเปซเพื่อนๆ...
    ใครไม่ค่อยอัพ หรือไม่อัพแล้วเนี่ยเข้าblack list ตัดทิ้งโลด...
    อือ...รู้สึกสเปซเน่าจัง สีก็เพี้ยนไปเพี้ยนมา...หรือว่าเป็นที่คอมฮึ
    แต่จะว่าไปช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนออนเลย ที่ออนก็มีแต่หน้าเดิมๆ ไม่รู้จะคุยไร...
    (ไม่รู้สิ คงเพราะไม่มีใครมีอะไรจะคุยกะเค้าด้วยแหละ...-_-;)
     อาจจะเพราะเค้ามีcontactน้อยด้วยแหละ...จนปัจจุบันยังไม่ถึง20คน...-_-;;
    ส่วนคนที่มาออนให้เห็นจริงๆก็มีไม่ถึง10คน....
    แล้วคนที่ได้คุยด้วยจริงๆก็มีน้อยกว่า0คน...อ่าว...หมายความว่าไงหนิ...
    นี่แปลว่าเราเพื่อนน้อย ไม่เข้าสังคม เป็นเด็กมีปัญหารึป่าวฟะ...
    คือก็อย่างที่รู้ เค้าชอบฟัง...อ่าน...มากกว่าเล่าอ่ะ...
    ใครมีเรื่องบ่นหรือระบายอะไรแต่ไม่มีคนอยากจะฟังให้ ก็มาเล่าให้เค้าฟังก็ได้นะ...ว่างเสมอ...
     
    อืม...เคยคิดมั้ย...ว่าจะเลิกอัพสเปซเมื่อไหร่...
    คือเค้าแอบคิดบ่อยๆน่ะ ว่าเราจะทำแบบนี้ถึงเมื่อไหร่นะ...
    พอเรียนหนักๆ แล้วไม่ว่างมาอัพ...หรือตอนที่เรียนจบ แล้วเราคิดว่ามันไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนี้ต่อ...
    หรืออาจจะเป็นตอนที่เพื่อนๆเราหายไปหมด เหลือแต่เรา เลยไม่รู้จะอัพทำซากอะไร ก็อ่านอยู่คนเดียว...
    หรือถ้าเกิดไม่เลิกเลยล่ะ อัพจนตายกันไปข้างนึง...แบบนี้ก็เว่อร์ปาย...
    แต่พอทำไปนานๆแล้วกลับมาอ่านตอนเริ่มทำใหม่ๆ มันคงจะสนุกดีนะ...^_^
     
    -------------------------------------------
     
    ตอนนี้...
    คือ...เค้าไม่ยากพูดคำนี้เรยอ่ะ.....เอ่อ..."จากนี้จะพยายามตั้งใจเรียนขึ้น"
    ที่ไม่อยากพูดเพราะกลัวจะทำไม่ได้ ถ้าคนที่รู้จักเค้ามานานๆ...อ่านสเปซมาตลอด
    น่าจะรู้ว่าต่อให้เค้าบ่นเรื่องสอบ...คะแนน...ตกมีน...ติดดาว...เกรด...
    ไม่ว่าจะแย่ หรือรู้สึกผิดแค่ไหน เค้าก็จะไม่พูดว่าจะตั้งใจ จะทำให้ดีขึ้น...อะไรแบบนี้...
    เค้าคิดว่าการรักษาคำพูดน่ะสำคัญนะ เลยทำให้เค้าไม่รับปาก ไม่สัญญากะใครว่าจะทำอะไรๆให้ ถ้ามีก็จะเป็นพูดเล่นๆเฉยๆ...
    หรือไม่ก็มีคนขอมา แต่เค้าก็ไม่ได้ตอบตกลง เงียบไปเฉยๆ...
    เอ่อ...แต่กรณีที่คนอื่นผิดสัญญานี่เค้าก็ไม่ว่าอะไรนะ...
    อาจจะฟังดูว่าเลวร้าย มองโลกในแง่ร้าย...หรือเหมือนเด็กมีปัญหา แต่เค้าคิดว่า...'ไม่มีใครหรอกที่รักษาคำพูดหรือรักษาสัญญาจริงๆ'
    ถ้ามีมันก็คือส่วนน้อย หรือแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น...เพราะฉะนั้นอยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะ ทำได้ไม่ได้เค้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก
    อาจจะมีคนคิด...นี่มันโรคจิตแน่เลย...-_-;;
    แต่ก็นะ สงสัยตอนเด็กๆโดนแกล้งบ่อย...เลยไม่ค่อยไว้ใจใครน่ะ...
     
    ตั้งใจเรียนนี่มันจะยากมั้ยเนี่ย คือ รู้สึกช่วงนี้พฤติกรรมแย่ลงเรื่อยๆ...ทุกคนอาจจะเห็นเค้ามาเรียนทุกคาบ...
    และก็นอนคอพับทุกคาบ เพื่อนคนอื่นๆก็ชอบมาทัก...หลับสบายมั้ย...
    ขนาดพี่ซุปถึงกะพูดว่า...มาเรียนทำไม กลับไปนอนที่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ....ก็จริง...
    แบ้ก็ชอบถาม มาเรียนทำไม...
    ก็แบบคือถ้าอยู่บ้านมันก็จะดูแย่กว่ามาเรียนนี่นา...ถ้าอยู่หอก็ว่าไปอย่าง...แม่ไม่เห็น...เฮ้ย!
    เอาเถอะที่ยกตัวอย่างมานี่คือจะบอกว่ามันเป็นสัญญาณเตือนว่าแย่แล้วนะ เราน่ะ...
     
    -----------------------------------------
     
    พอแระอัพยาวเกิน.....